● LIVE รายการพิเศษ (สารคดีประภาสต้นบนดอย) / ศ. 07:00 - 07:15, ศ. 23:00 - 00:00, ศ. 22:30 - 23:00, ศ. 08:45 - 09:25, ศ. 21:45 - 22:20, ศ. 14:10 - 16:15, ศ. 11:15 - 11:45, ศ. 09:25 - 10:40, ศ. 22:20 - 22:30, ศ. 21:15 - 21:45, ศ. 00:00 - 06:00, ศ. 18:20 - 20:00, ศ. 13:40 - 14:10, ศ. 10:40 - 11:15, ศ. 11:45 - 12:10
| Register
ปิดโหมดสีเทา
● LIVE รายการพิเศษ (สารคดีประภาสต้นบนดอย) / ศ. 07:00 - 07:15, ศ. 23:00 - 00:00, ศ. 22:30 - 23:00, ศ. 08:45 - 09:25, ศ. 21:45 - 22:20, ศ. 14:10 - 16:15, ศ. 11:15 - 11:45, ศ. 09:25 - 10:40, ศ. 22:20 - 22:30, ศ. 21:15 - 21:45, ศ. 00:00 - 06:00, ศ. 18:20 - 20:00, ศ. 13:40 - 14:10, ศ. 10:40 - 11:15, ศ. 11:45 - 12:10

SHOWS

/ รายการ
TVSHOWS

LOVE SONGS LOVE SERIES ตอน เรือเล็กควรออกจากฝั่ง

  ออกอากาศจบไปแล้ว   ละคร & ซีรีส์

LOVE SONGS LOVE SERIES ตอน เรือเล็กควรออกจากฝั่ง 

เรื่องย่อ 

“อย่าให้ความผิดพลาด มาทำให้เรากลัวที่จะลองทำมันอีกครั้ง”

“ตุลย์” เด็กม.ปลาย ผู้ชายมาดนิ่ง แต่คิดเยอะ ชอบทำมากกว่าพูด ไม่ค่อยเปิดเผยความรู้สึกอะไร เขาโตมากับ “พ่อ” ผู้คอยดูแลและทำหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ให้ตุลย์มาตั้งแต่ตุลย์ยังเล็ก จนตุลย์โตอยู่ม.ปลาย ก็ยังทำให้ทุกอย่าง ทั้งทำอาหาร ซักผ้า รีดผ้า ดูแลต่างนานา แต่ด้วยความที่พ่อเคยผิดหวังและผ่านการสูญเสียมา จึงเป็นคนไม่ค่อยคาดหวังอะไร อะไรก็ได้ ไม่ค่อยจุกจิก หรือ กดดันอะไรตุลย์  สบายๆ อยากเรียนอะไรก็เรียน อยากทำอะไรก็ทำ พ่อจึงเป็นเสมือนผู้ให้ที่ไม่ต้องการอะไรจากตุลย์เลย และไม่ต้องการให้ตุลย์ช่วยอะไรด้วย เรียกว่าคอยทำทำให้และทำเองหมดทุกอย่าง แค่ตุลย์ทำหน้าที่ของตัวเอง เป็นคนดี สุขภาพดี มีความสุข พ่อก็โอเคแล้ว แต่นั่นก็ทำให้ตุลย์ไม่สนิทกับพ่อเท่าที่ควร เพราะไม่ค่อยได้ทำกิจกรรมอะไรร่วมกับพ่อ ตอนตุลย์กินข้าว พ่อก็รีดผ้า ตอนตุลย์ไปเรียน พ่อก็ขายของ ตอนตุลย์ซ้อมดนตรี พ่อก็ทำกับข้าว ตอนป.2 เขาบังเอิญไปพบแซกโซโฟนเก่าของพ่อ จึงโดนพ่อดุ แต่นั่นก็เป็นแรงบันดาลใจให้ตุลย์ขอพ่อไปเรียนแซกโซโฟน เพราะอยากให้พ่อภูมิใจ ตุลย์สามารถแข่งชนะเวทีระดับประถมได้ แต่แล้วสิ่งที่ได้จากพ่อหาใช่คำชื่นชม กลับเป็นคำเตือนว่าอย่าเหลิง ทั้งๆที่เขาอยากได้คำชม

จนเมื่อตุลย์ม.ปลายได้เข้าเป็นสมาชิกวงดนตรีแจ๊สของโรงเรียน ทำให้เขาตระหนักว่าโลกนี้มีคนเก่งกว่าเขามากมาย เริ่มเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น กลัวว่าจะไม่เก่งพอ และแอบอิจฉาเพื่อนที่เก่งกว่า จึงพยายามที่จะหาทางออกให้ชีวิต ด้วยการตั้งใจเรียน แต่ด้วยความเครียดที่ทำให้เขากดดันตัวเอง จึงทำให้เขายิ่งแย่ทั้งสองอย่าง จนเมื่อได้มาเจอกับ “มิว” นักศึกษาเภสัชปี 2 ที่เคยอยากติดแพทย์ แต่เอนท์ไม่ติด ด้วยความที่เธอเป็นคนมองโลกในแง่ดีและปรับตัวง่าย จึงทำให้เธอเรียนคณะนี้นี่แหละ เธอเข้ามาคอยให้กำลังใจ ติวหนังสือ และสอนให้ตุลย์มองโลกในแง่ดี ในขณะเดียวกันตุลย์ก็มักแวะไปบ้าน “ยายน้อย” น้องสาวของยายแท้ๆของตุลย์ ที่อาศัยอยู่ในละแวกบ้านเดียวกัน ตุลย์มักไปคลุกคลีด้วยตั้งแต่เด็ก แต่พ่อและคนในละแวกนี้ไม่ค่อยมีใครชอบยาย เพราะหมาของเธอเห่าเสียงดัง ตุลย์เห็นยายชอบเล่นเปียโน ทั้งๆที่เล่นก็ไม่ค่อยไพเราะเท่าไหร่ แต่ยายกลับบอกว่าแค่มีความสุขก็ไพเราะแล้ว ตุลย์ไม่เห็นด้วยกับความคิดยายเท่าไรนัก ตุลย์คิดว่าต้องไพเราะต่างหากถึงจะมีความสุข ตุลย์กดดันตัวเองว่ายังเรียนและเล่นไม่ดีเท่าที่ควร เขาไม่มีสมาธิจนเล่นพลาด ทำให้โดนรุ่นพี่ที่คุมวงเอาเขาไปเปรียบเทียบกับเพื่อนคนอื่น ตุลย์จึงประชดด้วยการจะลาออกจากวง เพื่อนๆของตุลย์เห็นตุลย์เครียดมาก จึงขโมยรถพ่อมาพาตุลย์ไปเที่ยวทะเล การที่ตุลย์ไม่กลับบ้าน ทำให้พ่อเป็นห่วง จึงไปตามที่บ้านยายน้อย ยายกวนตีนพ่อด้วยการเล่นเปียโนโดยไม่ตอบอะไร เสียงเปียโนที่ไม่ไพเราะทำพ่อปวดประสาท จนอดด่าไม่ได้ แต่ก่อนที่ชักเท้าออกจากบ้าน ยายก็ชิงด่าเขาว่าเป็นพ่อภาษาอะไร ทำไมถึงไม่รู้ว่าลูกตัวเองเป็นอะไร ทำไมลูกถึงสนิทกับคนอื่นมากกว่าตัวเอง ทำไมลูกมีอะไรถึงไม่กล้าพูดด้วย ฯลฯ ยายรู้ว่าเมื่อก่อนพ่อเป็นคนทะเยอทะยานกับการเป็นนักแซกโซโฟนมาก มากจนวันหนึ่งไม่มีเวลาไปรับแม่ของตุลย์ ทำให้คืนนั้นแม่ตุลย์ประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ตั้งแต่นั้นมาพ่อของตุลย์ก็ไม่เคยจับเครื่องดนตรีอีกเลย ยายจึงพูดเตือนสติพ่อให้เลิกโทษตัวเอง 

ในขณะที่การไปทะเลของตุลย์กับเพื่อน ก็ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ก่อนที่รุ่นพี่ในวงจะมาขอโทษและตามตุลย์กลับไป ตุลย์กลับมาพร้อมกับความเซอร์ไพร้ส์ เมื่อพบว่าพ่อชวนเขาเป่าแซกโซโฟนด้วยกัน ภาษาดนตรีทำให้สองพ่อลูกเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น เรียกได้ว่าเป็นการเป่าแซกโซโฟนที่มีความสุขที่สุดในชีวิตของทั้งคู่ คำชมของพ่อมันทำให้ตุลย์กลับมามีความมั่นใจ มีความสุขที่จะเล่น พอเครียดน้อยลง ความกลัวกลายเป็นความกล้า กล้าที่จะเล่นแซกโซโฟนโดยไม่กลัวอะไร 

ตุลย์ไปยุให้กำลังใจมิว ให้เธอลองแอดมิชชั่นทำตามความฝันอีกครั้งอีกครั้ง ในขณะที่ตุลย์และเพื่อนๆก็สามารถพาทีมโรงเรียนคว้ารองแชมป์การแข่งขัน Thailand Jazz Championship 2017 ได้สำเร็จ ท้ายที่สุดแล้ว ถึงแม้มิวจะยังคงไม่ติดแพทย์สักอันดับ แต่ก็ติดสัตวแพทย์ในอันดับ 3 เธอจึงตัดสินใจเรียนคณะสัตวแพทย์นั้น เพราะอย่างน้อยเธอก็ยังได้ช่วยเหลือชีวิตอื่นในฐานะแพทย์ได้เช่นกัน มิวกลับมาเป็น   ปี 1 อีกครั้ง พร้อมกับตุลย์ ที่เป็นเฟรชชี่คณะดุริยางคศิลป์ ทุกคนต่างได้ทำสิ่งที่อยากทำอย่างมีความสุข

“...เสียงลมคำราม ฟ้าครามพลันมืดมัว

หัวใจสั่นระรัว ฉันกลัวอะไร...”

0 share
รายการที่เกี่ยวข้อง

Little Big Dream ความฝันอันสูงสุด

  เร็วๆนี้   ละคร & ซีรีส์

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด