● LIVE Club Friday Show (Rerun) / อา. 14:30 - 16:00 NEXT GMM25 Highlight / อา. 16:00 - 17:00
● LIVE Club Friday Show (Rerun) / อา. 14:30 - 16:00 NEXT GMM25 Highlight / อา. 16:00 - 17:00

NEWSFEED

/ ข่าวอัพเดท
GMM25NEWSFEED
เคลียร์ประเด็น แฮชแท็กป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น และรายการคลับฟรายเดย์โชว์ ที่หลายคนสงสัย

เคลียร์ประเด็น แฮชแท็กป้าซุ่มทุ่มไม่อั้น และรายการคลับฟรายเดย์โชว์ ที่หลายคนสงสัย

Admin GMM25 12363 Views

พี่อั๋น : สวัสดีครับคุณผู้ชม ก็ยังคงเป็นรายการ คลับฟรายเดย์โชว์  เปิดเรื่องจริง จากหัวใจคนดัง เหมือนเดิม แต่ว่าอาจจะดูน่าตา แปลกๆ เพราะว่าเราอยากจะใช้ช่วงเวลาพิเศษตรงนี้  พูดถึงเรื่องของกระแสกับข่าวคราวต่างๆที่เกิดขึ้น จากรายการ คลับฟรายเดย์โชว์  ซึ่งมีแขกรับเชิญก็คือ คุณโฟร์ ศกลรัตน์  แล้วก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องของความรัก และบทเรียนที่เธอได้รับ แต่ว่ามันเกิดกระแสบางอย่างเกิดขึ้นมากมายในโลกโซเชียล จนมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันอย่างมากมาย จนมันเกิดแฮชแท็ก เกิดเป็นกระแส เกิดเป็นการวิพากษ์วิจารณ์ไปอย่างใหญ่โต และก็มีกระแสไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งกลับมาถึงตัวรายการของความเป็น คลับฟรายเดย์ และโดยเฉพาะกลับมาถึง พี่ฉอด ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้น ก็เลยอยากจะใช้ช่วงเวลาพิเศษตรงนี้ ในการถือโอกาสให้ พี่ฉอด ได้พูดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พี่ฉอด : ก็ต้องย้อนกลับมาบอกก่อนว่า อย่างที่เมื่อกี้คุณอั๋นพูดอะค่ะว่า คลับฟรายเดย์โชว์ ของเรานั้นทำเรื่องราวของความรักมาโดยตลอด แล้วเราก็เคยบอกกันอยู่ตลอดว่า คลับฟรายเดย์โชว์ เหมือนกับห้องเรียน  ที่เราได้มาเรียนรู้ประสบการณ์เรื่องความรักกัน ความผิดพลาด สิ่งที่มันเกิดขึ้น เราสามารถเรียนรู้ได้จากประสบการณ์ชีวิตของคนอื่น ฉะนั้นถ้าเป็น คลับฟรายเดย์ ปกติเนี่ย เราเปิดโอกาสให้คุณผู้ฟังของเรานั้น โทรศัพท์เข้ามา แล้วก็มาคุยกัน แต่ถ้าเป็นรายการ คลับฟรายเดย์โชว์ เราก็บอก เออ มันเป็นเรื่องราวของคนดัง ของเซเลป ของดารา ของนักร้อง ซึ่ง เราก็ทำกันมานาน 2-3ปีได้แล้ว  จริงๆถ้า คลับฟรายเดย์วิทยุเนี่ย 12 ปีแล้ว มันก็มีความตั้งใจแบบนี้มาโดยตลอดนะคะ จนกระทั่งกลายมาเป็น Club Friday  The Series  กลายมาเป็น Club Friday Celeb Stories ต่างๆก็ตาม นั่นคือทั้งหมดคือการเรียนรู้เรื่องราวประสบการณ์ความรัก จากความผิดพลาดในอดีตที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นวันนั้น ที่น้องโฟร์มาสัมภาษณ์ในรายการ ก็เป็นคนนึงที่ได้มาพูด ก็ต้องเรียนว่าอย่างนี้ค่ะ โดยปกติแล้วที่เราจะเชิญแขกรับเชิญมาในรายการ ทางทีมงานก็จะต้องมีการเชิญและก็คุยกันก่อน

พี่อ้อย : คือจริงๆแล้วกว่าที่จะมีแขกรับเชิญมา  แน่นอนค่ะเรามีการประชุมกัน ตั้งแต่เลือกแขกและก็โทรเชิญ ซึ่งแขกมีสิทธ์โดยชอบธรรม  เช่น ยังไม่สะดวกค่ะ เวลาติดค่ะ ยังไม่สะดวกในการเล่าเรื่องค่ะ อยากมารึไม่อยากมาได้หมดเลย จนกระทั่ง มาค่ะ คุยกัน ให้ดูคำถามทั้งหมดก่อน ดูคำถามเสร็จปุ๊ป คำถามนี้ไม่ถามได้ไหมค่ะ อ๋อได้ค่ะ ขีดทิ้งเลย หรือแม้กระทั่งการที่เรามาบันทึกเทปแล้ว พูดไปจบเรียบร้อยแล้ว ก็ยังถามอีกว่าอยากจะเอาตอนไหนออกไหมค่ะ อ๋อไม่เป็นไรค่ะ ตามนั้นได้เลย เพราะฉะนั้นทั้งหมดจะให้สิทธ์โดยชอบธรรมของแขกรับเชิญค่ะ  จะไม่มีการที่ต้องบอกว่า ไม่ได้สิ  ต้องเอาตรงนี้ออกนะ เพราะเรามั่นใจว่ารายการของเราไม่ใช่เป็นรายการที่เราจะต้องรู้ความจริงไปหมดทุกมุม อย่างที่บอกค่ะว่าความรักที่จบไปแต่ละครั้ง มันจะต้องทิ้งบทเรียนเอาไว้เสมอ ซึ่งแขกรับเชิญแต่ละคนก็บอกว่าขอบคุณมากๆที่อยากเอาบทเรียนนั้น เอามาแชร์กัน เป็นวิทยาทานให้กับผู้คนที่นั่งชมรายการ คลับฟรายเดย์โชว์ อยู่”

พี่อั๋น : แต่ปรากฏว่ามันเกิดกระแสบางอย่างขึ้นมา แล้วก็มีการวิพากษ์วิจารณ์ เรียกว่าคอมเม้นต์กันไปแบบเตลิด มีคำถามแปลกๆ เจตนาของรายการคืออะไร

พี่ฉอด : คืออันนึง  ก็คือแน่นอนค่ะว่าเมื่อมันเป็นเรื่องจริง แล้วก็เวลาเล่ากัน  มันก็คงมีการพาดพิงถึงบุคคลที่เกี่ยวพันด้วย ซึ่งอันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราระมัดระวังมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการทำ คลับฟรายเดย์ หรือว่า คลับฟรายเดย์โชว์ ก็ตาม ต้องบอกว่าพวกเราและทีมงานนั้นมีความระมัดระวังเป็นอย่างสูง ในการที่ไม่ปล่อยให้การพูดพาดพิงถึงผู้ใดแล้วก่อให้เกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้นเนี่ย จริงๆแล้วอย่างเทปของน้องโฟร์อยากให้กลับไปดู จริงๆนะคะ ถ้าไปดูกันอย่างมีสติ อย่างตั้งใจจริงๆ จะพบว่า มันมีหลายสิ่งที่วันนั้นคุณโฟร์พูด แล้วก็พูดถึงในแง่มุมที่ทั้งสวยงามและดีงาม และทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นคะ มันไม่ได้หมายความว่าโฟร์จะมานั่งตำหนิอีกฝ่ายหนึ่งแต่เพียงผู้เดียว แต่แน่นอนนะคะ ในเรื่องของการพูดนั้น เราพูดกันอยู่เสมอใน คลับฟรายเดย์ ว่าบางทีนั้น แง่มุมหรือมุมมองของแต่ละคนก็ต่างกันไป ในความรู้สึกของเรา ทุกครั้งที่มีปัญหาเรื่องความรัก ในความรู้สึกของเรา เรามักจะคิดว่าเราเป็นคนถูก  ในขณะที่อีกฝ่ายต้องคิดว่าอีกฝ่ายเป็นคนถูก แต่ในความจริงที่ คลับฟรายเดย์ เสนอไปตลอดคือ มันไม่มีความถูกผิดหรอกในเรื่องของความรัก จริงๆแล้วแต่ละคนมีเหตุผลของตัวเอง เพียงแต่ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่เราอยากจะเรียนรู้ปัญหา เพื่อประโยชน์  มันอยู่ที่เจตนา ถ้าเราคิดว่าเจตนาของเราคือ เจตนาดีในการที่เราจะเรียนรู้กัน มันก็อยู่ที่วิธีคิดของแต่ละคน อย่างวันนั้นค่ะ เราคุยกันถึงเรื่องของความไว้ใจ ว่าในแง่ของผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งมีความไว้ใจมากจนเกินไปความไว้ใจมันเป็นเรื่องดีนะ  มากน้อยขนาดไหน พอดียังไง  เราคุยกันถึงเรื่องบทเรียนต่างๆ จนกระทั่ง แม้แต่ว่าการที่เอามาทำเป็น คลับฟรายเดย์ เดอะ ซีรีส์ หรือ คลับฟรายเดย์ เซเลบ สตอรี่ ก็ตาม ไม่เคยเลยที่เราและทีมงานจะตั้งใจทำทุกอย่างเพื่อความสะใจของตัวเอง หรือเพื่อความรุนแรง เพราะฉะนั้นทุกครั้ง ขอให้ดูอย่างมีสตินะคะ ถ้าดูแล้วเราจะพบว่า เราพยายามทุกครั้งที่จะให้มันมีแง่มุมหรือสิ่งที่คิดแล้วเป็นประโยชน์ เราจะมีการสรุปตอนท้ายกับ พี่ฉอด พี่อ้อย หรือนักแสดงก็ตาม ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วมันจะทำยังไง มันจะแก้ยังไง หรือมันผิด ไม่ควรยังไง  นั่นคือเจตนารมณ์ของเรา เพราะฉะนั้นเทปของน้องโฟร์ก็เป็น เหมือนเทปที่เรายังคงความตั้งใจ อย่างปกติที่เราเคยมีมาเลย ซึ่งก็มีการจุดประเด็น ว่า  มีปัญหา โกรธกัน ไม่พอใจในการที่โฟร์พูดหรือเปล่า ซึ่ง ณ วันนี้ก็มีการออกมาพูดแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจจะแบบนั้น ใช่มั้ยค่ะ”

พี่อั๋น : มีที่บอกว่าเป็น เพราะรายการเราเป็นต้นเหตุ ที่ทำให้เขากลับมาทะเลาะกันอีกครั้ง ทั้งๆที่เรื่องจบไปแล้ว แต่ว่านั่นไม่ใช่เจตนาแน่นอนนะครับ แล้วมันก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้น  แล้วในที่สุดนะครับ สำหรับคนที่มีการเกี่ยวข้องที่มีการโพสต์ ล่าสุดนี้ ก็มีการออกมาให้สัมภาษณ์ ว่า นอกจจากจะลบไปแล้วทั้งหมดนะครับ เขาก็บอกว่าเขาเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเสียใจที่เขาได้โพสต์ไป เขากับกลุ่มเพื่อนได้มานั่งคุยกันแล้วเขาก็พูดแม้แต่ว่า หลายครั้งตัวเขาเองกับกลุ่มเพื่อน เลยเถิดไปค่อนข้างเยอะในเรื่องของคำพูด เพราะฉะนั้นเขาก็รู้สึกผิด และเขาก็ไม่ได้มีประเด็นอะไร ติดค้างคาใจใดๆกับคุณโฟร์เลยสักนิด และเขาฝากขอโทษคุณโฟร์ผ่านสื่อมาด้วยเช่นกัน  ในขณะที่หลายคนก็เหมือนกับห่วงคุณโฟร์จนพาลโกรธ เยอะแยะมากมายกันไปหมด พอสมควรเลยทีเดียว นะครับ ยังคงอยากจะยืนยันเหมือนกันนะครับว่า จริงๆแล้วทุกคนที่มาออกรายการเรา มาด้วยความตั้งใจที่ดีและมาด้วยเจตนาที่ดี เรารู้เลยว่าแขกรับเชิญมาด้วยความเข้าใจจริงๆ เขาถึงกล้ามา แล้วให้เกียรติกับรายการ ให้เกียรติกับพี่อ้อยพี่ฉอด น้องอั๋นด้วยนะครับ ที่ เอาชีวิตของเขามาเปิดเผยเพื่อที่จะได้เป็นบทเรียนที่เป็นประโยชน์ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องเจ็บเองก่อนที่จะเข้าใจ

พี่อ้อย : ก็ต้องระวังกันไว้นิดนึง เพราะว่าตอนนี้มันก็เริ่มมีกระแสที่มันจะไปเรื่อยๆ จนกระทั่ งเราจะคิดแทน เราจะรู้สึกแทน เราจะเจ็บแทน ซึ่งเราเองก็ยังคุยกับทางน้องโฟร์ด้วย นะคะว่า น้องยังไงบ้าง น้องก็บอกว่าไม่ได้มีอะไรค่ะ แต่คราวนี้มันเริ่มไปกันใหญ่จนกระทั่ง กลับมาโดนพี่ฉอดได้อีก

พี่อั๋น :  ต้องขออนุญาต เพราะว่ามันมีทั้ง ทวิตเตอร์ มีทั้งเหมือนกับขึ้นเพจว่าพี่ฉอดพูดอย่างนั้น พี่ฉอดพูดอย่างนี้ หรือแม้แต่เริ่มวนกลับมาบ้างว่า พี่ฉอดทำไมไม่สัมภาษณ์ชีวิตตัวเองบ้างล่ะคะ  เอาความรักตัวเองออกมาบ้างสิคะ อะไรแบบนี้

พี่ฉอด : อันนึงที่น่าแปลกใจ ก็คือว่าวันนี้อยู่ๆก็รู้สึกว่าเป็นคนหงุดหงิดขึ้นมาโดยอะไรก็ไม่รู้ คือถามว่าโดยพี่ฉอดเองไม่ได้ทำอะไรผิดปกติเลย ก็นั่งสัมภาษณ์อยู่ด้วยกัน ก็ทำปกติทุกอย่างอะนะคะ ชีวิตก็เป็นปกติอยู่ทุกอย่าง อันนึงที่มันน่าแปลกก็คือ นั่งสัมภาษณ์กันอยู่ 3คนอะ ทำไมพี่ผิดคนเดียว มันน่าแปลกจริงๆนะ นั่งคุยกัน 3 คน ทำไมความผิดมาตกที่พี่คนเดียว อันนั้นก็ประเด็นหนึ่ง ประเด็นที่สองก็คือ ค่ะ มันก็มีการ  ขุดคุ้ยพูดนู่นนี่ ต่างๆนานา ซึ่งมันก็ฟังดูเหมือนกับ ฟังเผินๆ เหมือนกับถูกต้องเนอะ แต่อยากให้คิดอีกทีนึงว่า เช่นสมมุติว่า อ้าวแล้วทำไมพี่ฉอดถึงไม่เอาชีวิตของตัวเองมาสัมภาษณ์ล่ะ หรือไม่เชิญคนนี้ คนนั้นที่มีความเกี่ยวพันกับชีวิตของพี่ มาสัมภาษณ์บ้างล่ะ ฟังดูมันมีแบบ เอ่อใช่เนอะ มันเป็นประเด็นแต่ว่าลองคิดดีๆสิคะว่า เมื่อกี้เราพูดแล้วว่าแขกรับเชิญที่มาในรายการนี้คือเขาตั้งใจและสมัครใจ และยินยอมพร้อมใจที่อยากจะมาพูดในรายการเรา นั่นคือวัถตุประสงค์ ของเขา ที่อยากจะเปิดเผยเรื่องราวได้ แต่สมมุติแง่มุมส่วนตัวของพี่ฉอด ใครๆทุกคนก็จะรู้คะว่า ปกติแล้วเป็นคนไม่ได้ชอบพูดเรื่องตัวเอง ที่ไหนๆก็ไม่พูด ในไอจีของตัวเองก็จะเห็นว่าไม่ค่อยลงรูปชีวิตส่วนตัว แต่จะลงเรื่องงานมากกว่า เพราะชีวิตส่วนใหญ่จะอยู่กับงาน เพราะฉะนั้นการที่พี่เป็นคนไม่ได้ชอบพูดเรื่องตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าพี่ทำความผิด หรือมีอะไรที่ซ่อนเร้นปกปิดแอบซ่อนนะคะ พี่เป็นคนที่ชีวิตเปิดเผยมากๆ เพราะอะไร เพราะว่า พี่มีคนแวดล้อมอยู่เยอะ น้องอั๋นพี่อ้อยก็เป็นส่วนหนึ่งของคนแวดล้อมของพี่ จะเห็นว่า 24 ชั่วโมง พี่อยู่ในที่โล่งแจ้งและทำงานประมาน 20 ชั่วโมงได้ ในแต่ละวัน เพราะฉะนั้น ชีวิตพี่เป็นชีวิตที่เปิดเผยมากๆ ทุกคนเห็น ไปไหนทำอะไร ทำงานทุกคนเห็นหมด เพราะฉะนั้นก็เลยอยากจะเรียนว่า จริงๆแล้ว ในประเด็นที่หลายคนตั้งประเด็น เสมือนหนึ่งว่าพี่เป็นคนที่มีชีวิตแบบนู่นนี่ ปกปิด หลบซ่อนหรือซุกซ่อนอะไรไว้ ถามว่าสิ่งที่เป็นประเด็นอยู่ตอนนี้ เป็นปัญหาอะไรกับชีวิตพี่ไหม ต้องตอบได้เลยว่าไม่เป็นปัญหาเลย เพราะว่ามันมีการพูดกันอยู่ในวงของ โซเชียลตรงนึงที่เขาสนุกกัน แต่ในชีวิตปกติของพี่ พี่ยังดำเนินชีวิตตามปกติ ทำทุกอย่างที่พี่เป็นแล้ว คนรอบๆตัวพี่ ไม่มีเลยสักคนนึงด้วยซ้ำที่จะเดินมาถาม ว่าจริงหรือไม่จริงอย่างไร เพราะทุกคนเห็น ไม่ได้หมายความว่าเกิดจากการเชื่อที่พี่ไปบอก แต่ทุกคนเห็นชีวิตของพี่โดยปกติอยู่แล้วว่าพี่ใช้ชีวิตยังไง พี่มีอะไรปกปิด แอบซ่อนตรงไหน ทั้งนั้นว่าพี่มีเรื่องผู้ชายนู่นนี่ ฟังดูสวยมากดูมีผู้ชายเยอะมากเข้ามาเกี่ยวพันในชีวิต ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ทุกคนก็ต้องรู้เห็นกันหมด เพราะชีวิตพี่ไม่มีที่เป็นแง่มุมแอบซ่อนตรงไหนเลยนะคะ ยังรู้สึกอยู่เลยว่าตัวเองคงสวยมากเนอะ ถึงมีคนเข้าประเด็นเยอะมากนะคะ

พี่อั๋น :มีกระแสอยากให้พี่ฉอดควรออกมาขอโทษ

พี่ฉอด : จะให้พี่ขอโทษใคร พี่พร้อมนะคะ คืออันนึงที่เราคุยกันอยู่โดยตลอด คุยกับพี่อ้อย อั๋นโดยตลอด ว่าเวลาที่มันเกิดกรณีแบบนี้ขึ้นมาเนี่ย เราพร้อมรับผิดชอบในทุกสิ่ง ที่เราทำ ถ้าแม้สิ่งที่เราทำลงไปมันคือความผิดหรือความบกพร่องใดๆ  พร้อมขอโทษพร้อมรับผิดชอบ เพียงแต่ว่าวันนี้เนี่ย ก็ยังคุยกันอยู่เลยว่าเราควรจะขอโทษใครดี เพราะว่าน้องโฟร์เองก็บอกว่า น้องโฟร์ก็สมัครใจพูดเอง หรือผู้ที่ร่วมกรณีใดๆก็กลับมาขอโทษว่า เฮ้ย เขาก็เป็นความไม่ได้ตั้งใจของเขาก็ตามแต่ แล้วจะให้พี่ขอโทษใคร หรืออันนึงก็คือสิ่งที่ทุกคนรุมพูดอะไรต่างๆนานา  อยากให้พี่ทำอะไร จะให้พี่ช่วยอะไรหรอคะ เพราะว่าเรื่องราวที่ผ่านมา อะไรต่างๆนานา ที่ผ่านมาในชีวิตคนนึง มันก็มีผู้คนมาเกี่ยวพันนู่นนี่นั่น แต่ในที่สุดแล้ว คนที่รู้ดีที่สุด ว่าเราทำอะไรอยู่คือตัวพี่เอง แล้วพี่ก็ยังงงอยู่จนทุกวันนี้ว่าพี่ควรจะขอโทษใคร แล้วควรจะแก้ไขอะไร จะแก้ปัญหาอย่างไร เพื่อทำให้ทุกคนสบายใจนะคะ เพราะฉะนั้น อันหนึ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น เอ่อ เพจปลอม แฮชแท็ก อะไรเยอะแยะเต็มไปหมด แล้วทุกวันนี้มีการไปขุดคุ้ยอะไรต่างๆนาๆ เรื่องแบบชีวิตส่วนตัวของพี่ ซึ่งไม่ได้ปิด นะคะ ไม่เคยมีไรปิดนะคะ ทุกคนรู้ชีวิตส่วนตัวของพี่หมด พี่ไม่เคยปิดอะไรเลย แต่มันมีการทำเสมือนหนึ่งว่าแบบ นี่ไงฉันเปิดโปงได้ ฉันเปิดนู่นนี่ เปิดอะไร..  ก็ไม่ได้ปิดอะไร ไม่มีอะไรปิด ก็เลยไม่รู้ว่าเปิดอะไรเหมือนกัน หรือสมมุติอย่างการที่มีทวิตเตอร์ปลอม คือมองดูปุ๊บ ก็รู้แล้วว่ามันปลอม คือขึ้นหัวก็รู้แล้วไม่ใช่ชื่อพี่ แต่รูปเป็นรูปพี่ แต่ทุกคนก็ยังสมัครใจในการจะแชร์และพูดกันไป”

 

พี่อั๋น : อีกประเด็นนึงนะครับ ถามแทนเลย จากกรณีที่เเฟนเพจของ คลับฟรายเดย์โชว์ เดอะ ซีรีส์  หรือ จีเอ็มเอ็ม25 ดราม่า ซึ่งเป็นเพจของละครของช่อง มีการโพสเรื่องนี้เหมือนกับเอามาสานต่อ อาจจะทำเป็นละครเลยดีไหม อะไรอย่างนี้อยากให้อธิบายสักนิดหนึ่ง

 พี่ฉอด : คือ...อันนี้เป็นอันนึงที่ต้องบอกว่า ถ้าสมมติว่าจะต้องขอโทษ ก็จะขอโทษด้วยเรื่องนี้ด้วยเหมือนกัน ขอโทษแทนน้องที่ทำงานอยู่ตรงนั้น แต่พี่เดาว่าจากเจตนารมณ์ของเขา  เขาคงไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า.. คือเข้าใจใช่ไหม บางทีในโซเชียลก็มีการแบบ... เอ๊ย เล่นกันอะไรอย่างนี้ ก็มีการเห็นนั่นนี่เกิดขึ้น แล้วก่อนหน้านี้ ก็จำได้ว่าเราก็รีบแจ้งไปทางน้องว่า เฮ้ย อันนี้ดูไม่ค่อยโอเคนะ ไม่ดีนะ เดี๋ยวจะมีผลกระทบคนอื่นนะ ก็ดึงลง วันนั้นก็เอาลงเลย  เอาลงทันที แต่ว่าถ้าถามว่าตรงนั้น เจตนารมณ์ของน้อง ก็คงคิดว่าไม่ได้จะเป็นผลอะไร ก็เข้าใจนะคะ อย่างที่บอกอ่ะค่ะว่าวันนี้ต้องมีสติกันเยอะๆหน่อยในการทำทุกอย่าง อันนี้เราก็เตือนน้องๆที่ทำงานไปแล้วด้วยว่า เฮ้ย ต้องดูดีๆนะ อะไรอย่างนี้ค่ะ อันนี้คือเป็นความผิดพลาดที่ ก็ต้องยอมรับและขออภัย แต่ว่าเราก็แก้ทันทีเหมือนกัน”

พี่อั๋น : มาตอบกันให้ครบทุกประเด็นไปเลยเพราะ เค้าบอกว่า แล้วทำไมพี่ฉอดไม่เชิญดารา คนนู้นคนนี้ที่เค้าเอ่ยนามกันมา  มาสัมภาษณ์ในรายการ

พี่ฉอด : เอาจริงๆ ให้ตอบจริงๆไหม ตอบจริงๆนะคะ คือ คนนี้คนนั้นคนนู้น อะไรก็ตามแต่เนี่ย จะมีประเด็นกันอยู่ สำหรับบางคนที่ตั้งประเด็นกันขึ้นมา ถ้าให้ตอบตรงๆก็จะตอบว่า เชิญไม่ได้ค่ะ เพราะว่า ถ้าเป็นดาราที่ติดสังกัดกับช่องบางช่องอยู่เนี่ย ก็ไม่ได้ส่งมาให้ เราก็จะรู้อยู่ในการทำงานเนอะ ว่าเราไม่ได้สัมภาษณ์ได้ทุกคน จะเชิญใครมาสัมภาษณ์ก็ได้ไม่ใช่นะคะ ต้องทำความเข้าใจด้วย เพราะว่าพี่ก็อยากสัมภาษณ์ความรักของ ณเดชน์กับญาญ่า อย่างนี้ พี่ก็คงสัมภาษณ์น้องไม่ได้ เพราะว่าน้องก็มีสัญญาทางช่องอยู่ ซึ่งอันนี้ต้องแล้วแต่ทางช่องด้วยค่ะ ส่วนใหญ่จะเห็นนะคะว่าเราจะสัมภาษณ์ได้แต่นักแสดงหรือศิลปินที่อยู่ในค่ายกลางๆ ที่สามารถจะมาออกในช่องของเรา ในรายการของเราได้ อันนี้ที่ตอบจริงๆตรงๆ เป็นแบบนี้จริงๆ

พี่อ้อย : ขอความชัดเจนอีกหนึ่งประเด็นเพราะอยู่กันมาตั้ง 20 กว่าปี พึ่งรู้ว่าพี่เป็นคู่แข่งมาช่า


พี่ฉอด : นั่นน่ะสิคะ  อันนี้เป็นอันเดียวจริงๆนะคะ ที่พี่ส่งไปในกรุ๊ปแฉกับมดดำว่าอะไรก็รับได้ แต่เป็นแฟนกับกฤษณ์นี่รับไม่ได้จริงๆ (หัวเราะ) ขอโทษนะคะคุณกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ เราสนิทกันมากจน คืออันนี้ สมมติย้อนกลับไปก่อนว่า กฤษณ์กับมาช่า เขาเป็นแฟนกัน ทุกคนลืมไปหมดแล้วใช่ไหมอ่ะ ว่าการเปิดตัวครั้งแรกของกฤษณ์กับมาช่า พี่เป็นคนจัดการให้เค้าอ่ะ แล้วพี่จะไปแย่งมาทำไม คือนึกออกไหมมันมีอะไรหลายอย่าง คือวันนี้จริงๆข่าว ในประเด็นที่ตั้งมาทั้งหมดเนี่ย  ถามพี่ พี่ตอบได้หมดเลยเชื่อป่ะ พี่ตอบได้ทุกคำถามจริงๆ เพราะว่าอะไรคะ เพราะว่าพี่เป็นคนที่รีเช็คตัวเองนะคะ เวลามีใครมาว่าอะไรเราเนี่ย ก่อนที่จะโกรธเขา หรือก่อนที่จะรู้สึกไม่ดี  พี่จะกลับมารีเช็คตัวเองทุกครั้ง ว่าพี่ทำสิ่งนั้นจริงหรือเปล่า ถ้าแม้ว่าสิ่งนั้นมันเกิดขึ้น มันเกิดจากการที่เราเป็นคนทำ พี่จะยอมรับ แต่ว่าพี่พบว่าทุกอย่างตรงนั้นพี่ตอบได้หมด เพียงแต่ว่าขอให้มาถามกับพี่ อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ วันนี้กับการที่เราคิดหรือว่าตัดสินใจกันไป การที่เราอยากจะชี้นะ ว่าคนนี้เป็นคนชั่วคนเลวในสังคม พี่ว่ามันง่ายขนาดที่ เราทำได้โดยไม่รู้จักเขาเลยหรอ มันง่ายเกินไปหรือเปล่านะคะ

พี่อั๋น : เพราะฉะนั้น ทุกๆเรื่องที่เกิดชึ้นกับ คลับฟรายเดย์โชว์  คือมันเป็นเรื่องจริงนะครับ ที่วันนี้เมื่อมันเกิดขึ้นจากที่นี่ วันนี้เราก็มาพูดถึงเรื่องนี้กันที่นี่ และคิดว่าเราก็ได้บทเรียนไปพร้อมๆกัน ต่อให้มันไม่ได้เกิดขึ้นกับคุณก็ตาม แต่อย่างน้อยก่อนจะโพสต์อะไร ก่อนจะคอมเมนต์อะไร แสดงความคิดเห็นอะไร หรือเตลิดเปิดเปิง เลยเถิดกันไปด้วยความสนุกสนาน จริงๆแล้วเนี่ย เราไม่ได้ทำเพื่อความแซ่บหรือสะใจ คุณทำด้วยความแซ่บ หรือสะใจหรือเปล่า  เราก็ลองถามตัวเองเหมือนกัน นี่เราไม่ได้ต่อว่าใครนะ แค่จะเรียนรู้ แล้วก็จะเตือนตัวเองอยู่เสมอๆ อยู่แล้ว เป็นคนที่พูดบ่อยมาก เพราะฉะนั้น พอเราพูดบ่อย เราต้องมั่นใจว่าเราก็จะพยายามไม่ทำ คือ ไม่พูดอะไร หรือแสดงความคิดเห็นใคร โดยที่เราไม่รู้ แล้วถ้าผิด ก็จะขอโทษ

พี่ฉอด : ขออนุญาตฝากอีกนิดหนึ่งแล้วกันค่ะ ว่าบางที อย่างที่เมื่อกี้เราคุยกันมาโดยตลอดว่า เราไม่แน่ใจจริงๆว่าในสิ่งที่หลายๆคนทำอยู่ ในการที่จะวิเคราะห์ วิจารณ์ หรือด่าทอ หรืออย่างที่คุณอั๋นว่าเมื่อสักครู่ ว่าบางทีก็หยาบคาย หรือละลาบละล้วงเข้าไปในชีวิตของคนอื่นเกินไป อันนี้พี่ไม่ได้พูดจากตัวเองนะคะ เพียงแต่ว่าบังเอิญตัวเอง มาเจอเข้ากับตัวเอง ก็เลยขออนุญาตแชร์ต่อก็แล้วกันว่า บางทีในผลกระทบต่างๆเหล่านี้ที่มันเกิดขึ้นอ่ะค่ะ เราอาจจะสนุกมาก แล้วเราได้อะไรหรือในสิ่งเหล่านั้น เช่นวันนี้ พี่ไม่รู้เหมือนกันว่าคนที่เป็นคนทีคิดว่าแฮชแท็กแบบนี้ หรือคนที่เข้ามาพูดจาอะไรต่างๆนาๆแบบนี้ หนึ่ง...คือเขาไม่รู้จริง เขาไม่รู้จักเรา  สอง...ถ้าสมมติว่าพี่เป็นคนผิด เป็นคนไม่ดีจริงๆ โอเคแล้วไป แต่ถ้าเกิดพี่ไม่ได้เป็นล่ะ ความสนุกหรือความสะใจตรงนั้น มันให้อะไรกับคุณบ้าง แล้วมันก่อให้เกิดอะไรกับชีวิตของคนอื่นบ้าง อันนี้ไม่ได้พูดในฐานะตัวพี่คนเดียว แต่พูดเผื่อไปถึงคนอื่นๆที่อาจจะต้องเจอะเจอแบบนี้ด้วยนะคะ ตัวพี่เองส่วนตัวแล้ว อันนี้ไม่ได้จะมาขอความเห็นใจใดๆ เหมือนพี่มีคุณแม่ที่อายุ 80 กว่าจะ 90 อยู่แล้ว คุณแม่ตกใจมาก กับการที่อยู่ๆวันหนึ่งก็มีคนมาด่าทอลูก ทั้งที่พี่เองเป็นคนที่ไม่เคยทำอะไรที่แบบผิด หรือเสียหายมาตลอดชีวิต บางทีเราอาจจะลืมนึกไปว่าสิ่งที่เราสนุกนั้น มันมีผลกระทบกับไม่ใช่ตัวคนๆนั้นคนเดียว แต่มันมีผลไปถึงคนอื่นๆที่อยู่รอบๆตัวเขาด้วย ซึ่งวันนี้มันก็เป็นบทเรียนอย่างที่คุณอั๋นว่า มันเป็นบทเรียนสำหรับพวกเราทุกๆคนด้วย ที่พี่อยากจะแชร์ในฐานะที่พี่อยู่มาวันหนึ่งก็ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่า ตัวเองเป็นคนผิด โดยที่ไม่ได้ทำอะไรผิดปกติไปจากที่เคยทำมานะคะ แล้วก็คนรอบๆตัว ครอบครัวก็ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่มันเกิดขึ้นจากข่าวนี้ แม่อายุ 80 กว่า  คือทุกคนก็งงกันหมด ว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วพี่ก็จะต้องมีหน้าที่ที่จะต้องไปทำความเข้าใจกับทุกคน หรือไปเคลียร์กับทุกคนก็คงไม่ได้ จริงๆแล้วตรงนี้ต้องขอบคุณมากๆจริงๆสำหรับคนอีกเยอะมากที่เข้ามาในไอจี หรืออะไรต่างๆนาๆก็ตาม เข้ามาให้กำลังใจกัน ต่างๆนานาก็ตาม จริงๆแล้วเขาเหล่านั้นก็เป็นคนที่ไม่รู้จักพี่เหมือนกับคนที่ด่าพี่นั่นแหล่ะ แต่เพียงแต่ว่ามันขึ้นอยู่กับมุมมองของคนที่มองเห็น ว่าเขามองเห็นตรงไหนกันเท่านั้นเอง จริงๆพยายามเข้าไปไล่ขอบคุณอยู่นะคะ แต่ว่ามันขอบคุณไม่หมดจริงๆ ถ้าเกิดว่าตกหล่นใครไป ก็ขออภัยด้วย เพราะว่าหลังจากที่เรื่องราวจบลงวันนี้ ก็ในไอจีพี่ก็จะเห็นว่ามีคนเข้ามา แสดงความเข้าใจ แสดงความเห็นใจ มาให้กำลังใจกันมากมาย ขอบคุณผ่านไปตรงนี้ด้วยแล้วกัน เพราะว่าไม่มีโอกาสจะขอบคุณเข้าไปในโซเชียลทุกอัน ในไอจีทุกๆรูปนะคะ ก็ขอบคุณในความเชื่อมั่น และกำลังใจ แล้วก็ พี่เป็นคนที่พูดอยู่เสมอว่า เวลาที่เราทำอะไรอ่ะค่ะ พี่ไม่ได้อยู่คนเดียว  พี่มีคนรอบตัวเยอะแยะเลย ถ้าสมมติว่าวันนี้สิ่งที่พี่พูดเป็นสิ่งที่โกหกไม่จริง คนที่จะรู้ก่อนเลยก็คือ พี่อ้อย กับ อั๋นจะต้องรู้ก่อนเลยว่าพี่พูดอะไรที่โกหกบ้าง แล้วพี่เป็นคนที่มีคนรอบตัวอีกเยอะมากนะคะ เพราฉะนั้นพี่อยู่ในสังคมนี้ พี่จะต้องสบตาทุกคนได้ ถ้าพี่เป็นคนเลวคนผิด หรือทำอะไรไม่ดี พี่จะไม่กล้าสบตาใคร ซึ่งนั่นไม่ใช่พี่ ก็ขอบคุณวันนี้ที่มีโอกาสได้มาชี้แจงก็แล้วกันค่ะ

พี่อั๋น : แล้วก็อีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอบคุณทุกคนที่ติดตามชม คลับฟรายเดย์  ในทุกๆรูปแบบที่เราทำ  ซึ่งเราก็ยังคงจะทำงานของเราอย่างดีงามต่อไป  แล้วก็ขอบคุณแขกรับเชิญคนที่ให้เกียรติมาตลอด  แล้วก็จะได้รับเกียรตินั้นต่อเนื่องกันไป ด้วยความเข้าใจในเจตนาของเรากัน อย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกันนะครับ รวมถึงขอบคุณผู้สนับสนุนทั้งหมดที่ให้การสนับสนุนมาตลอดด้วยความเข้าใจในเจตนาเช่นกันนะครับ เอาล่ะครับ ผมคิดว่าเราก็น่าจะใช้เวลาของ คุณพล่ากุ้ง มานานแล้ว ซึ่งก็เป็นเรื่องแซ่บอีกแล้วเพราะว่าเค้าพูดถึงชีวิตของเค้าจริงๆ และเค้ายังพูดเลยว่าสิ่งที่ตัวเค้าเจอนั้น  มันสามารถเป็นบทเรียนให้ใครได้ดีจริงๆ  แล้วก็อีกครั้งหนึ่ง เป็นมุมเล็กๆครับ ที่พี่อ้อยพี่ฉอดได้มีโอกาสเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาของชีวิตรักให้คุณพล่ากุ้งกับความรักของเค้า ....

ดูคลิปสัมภาษณ์เต็มๆได้ที่..

1056 share

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด