● LIVE เที่ยงวันนี้ GMM NEWS / พฤ. 12:00 - 14:00 NEXT J Shopping / พฤ. 14:00 - 14:15
● LIVE เที่ยงวันนี้ GMM NEWS / พฤ. 12:00 - 14:00 NEXT J Shopping / พฤ. 14:00 - 14:15

NEWSFEED

/ ข่าวอัพเดท
GMM25NEWSFEED
“วิษณุ” ประกาศโรดแมปชัดจากรัฐบาล สู่การเลือกตั้งและรัฐบาลหน้า!

“วิษณุ” ประกาศโรดแมปชัดจากรัฐบาล สู่การเลือกตั้งและรัฐบาลหน้า!

Admin GMM25 44 Views

"วิษณุ" แถลงโรดแมปการทำงานรัฐบาลจนถึงวันมีรัฐบาลหน้า เลือกตั้ง 24 กุมภา เปิดประชุมรัฐสภาชุดใหม่ไม่เกิน 8 พฤษภา จึงได้นายกฯ-ครม.ชุดใหม่ ยันครม.เดิมไม่ใช่รักษาการ อยู่ในตำแหน่งพร้อม คสช. ถึงวันที่ ครม.ใหม่ถวายสัตย์ฯ!

เมื่อ 13.00 น. ที่ผ่านมา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดแถลงข่าวถึงโรดแมปการทำงานของรัฐบาลต่อจากนี้ โดยระบุว่าเนื่องจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ได้มีการนำเสนอโรดแมปซึ่งคณะรัฐมนตรีได้รับทราบปฏิทินการทำงานของรัฐบาล และนายกฯ ก็ระบุว่าประชาชนควรได้รับทราบเช่นกัน ซึ่งไม่ได้มีอะไรเป็นความลับ เพราะเป็นไปตามกฎหมาย และไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหารือกับพรรคการเมือง และกำหนดการต่างๆ เหล่านี้ผ่านการหารือกับกมธ.ชุดเดิม, คณะกรรมการกฤษฎีกา และ กกต. แล้ว

เรื่องแรก ตามที่หลายคนเข้าใจว่าสถานภาพจากนี้ไปของรัฐบาลเป็นรัฐบาลรักษาการ ขอเรีนยนให้ทราบว่าไม่ได้เป็นเช่นนั้น คำว่ารัฐบาลรักษาการคือ 1.เมื่อนายกฯสิ้นสภาพลง เช่น เสียชีวิต หรือลาออก หรือถูกถอดถอน 2.เมื่อคณะรมต.พร้อมใจลาออก 3.เมื่อมีการยุบสภา ครม.ก็สิ้นสุดลง 4.หรือรัฐบาลอยู่ครบวาระ ครม.ก็สิ้นสุดลง ซึ่งก่อนจะมีรัฐบาลใหม่อาจใช้เวลาเป็นเดือน รธน.จึงให้ครม.อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ชั่วคราวแบบรักษาการ ซึ่งทำกิจกรรมไม่ได้ เช่น เสนอโครงการใหม่ไม่ได้ แต่งตั้งข้าราชการไม่ได้เว้นแต่ได้รับเห็นชอบจากกกต. เห็นชอบงบประมาณที่มีผลผูกพันรบ.หน้าไม่ได้ การใช้ทรัพย์สินต่างๆ

แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สิ้นสุดลง ที่ผ่านมาก็ไม่ได้สิ้นสุดและต่อไปก็ไม่ได้สิ้นสุด เว้นแต่จะมีเหตุอื่น เช่น นายกฯ สิ้นสุด แม้เลือกตั้งแล้วก็ไม่ใช่รักษาการ บทเฉพาะกาลยังเขียนด้วยว่าให้รมต.ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวันที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ดำรงตำแหน่งต่อไปจนกว่าจะมี ครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ปฏิญาณเข้ารับตำแหน่ง เมื่อถึงวันที่ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณรับหน้าที่ ครม.เดิมและ คสช.ถึงจะสิ้นสุดในวันเดียวกัน

เรื่องต่อมาเป็นเรื่องแนวปฏิบัติของคณะรัฐมนตรีในเรื่องการเลือกตั้ง ซึ่งต้องแบ่งครม.เป็นสองประเภท ได้แก่ ครม.ที่จะไปร่วมจัดตั้งและดำเนินการพรรคการเมือง ได้แก่ นายอุตตม สาวนายน นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล และอีกประเภทคือรัฐมนตรีที่เหลือและนายกฯ-รองนายกฯ ซึ่งยังไม่ปรากฎว่าจะไปทำงานพรรคการเมืองใด 

สำหรับรมต. 4 คน ที่จะไปทำงานการเมือง จะต้องระวังเรื่องการใช้เวลาทางราชการ ต้องไม่นำไปใช้เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมือง สองคือเรื่องทรัพย์สินของทางราชการ เช่น รถยนต์ประจำตำแหน่ง ก็ต้องระวัง ต้องไม่ใช้เพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองหรือประโยชน์ในทางการเมืองใดๆ สามคือเรื่องบุคลากร ได้แก่ เลขาฯ ที่ปรึกษา ผู้ช่วยรัฐมยนตรี จะไม่นำไปใช้ประโยชน์ในเรื่องการเมือง และสี่ เรื่องสถานที่ ได้แก่สถานที่ทำงาน กระทรวง ทบวง กรม และทำเนียบรัฐบาล ก็จะต้องไม่นำไปใช้ประโยชน์ทางการเมือง นอกจากนี้จะต้อง

ส่วนรัฐมนตรีรายอื่นจะต้องปฏิบัติตามแนวที่เคยมีมาในช่วงยุบสภาหรือก่อนการเลือกตั้ง คือต้องวางตัวเป็นกลาง และไม่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางเอื้อประโยชน์ในทางการเมือง

ทั้งนี้ในแง่กฎหมาย 4 รัฐมนตรีที่ไปทำงานการเมืองนั้นไม่สุ่มเสี่ยง แต่ในเชิงมารยาท หากมีเรื่องของกระทรวงที่ต้องเกี่ยวกับงบประมาณ ก็แนะนำว่าขอให้อย่าเกี่ยวข้อง หรือเมื่อนอกเวลาราชการจะไปทำกิจกรรมการเมืองก็ขอให้อย่าสวมเครื่องแบบไป

ส่วนปฏิทินการทำงานของรัฐบาล ซึ่งเป็นการถอดรหัสมาจากกฎหมาย ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ และเวลาที่ระบุต่อจากนี้จะเป็นเวลาที่ยาวที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในทางกฎหมาย มีดังต่อไปนี้

เดือนธันวาคม 2561 : 

  • 9 ธันวาคม จะมีการเปิดงานอุ่นไอรัก ซึ่งจะมีไปจนถึง 19 ม.ค.2562
  • 11 ธันวาคม พ.ร.ป.เลือกตั้งมีผลใช้บังคับหลังมีการประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาไปก่อนหน้านี้ ซึ่งต้องมีการจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วันนับจากวันนี้ อย่างไรก็ตาม การประกาศดังกล่าวนั้นหมายถึงพรรคการเมืองยังไม่มีการขยับใดๆ หาเสียงไม่ได้ ขึ้นเวทีไม่ได้ จนกว่าจะผ่านล็อกในขั้นอื่นต่อไป 
  • 16-27 ธันวาคม จะเข้าสู่กระบวนการเลือก ส.ว.ประเภทที่ 2 โดยจัดให้เลือกกันเองในหมู่ผู้สมัคร ส.ว. ทั้งในระดับอำเภอ จังหวัด จนถึงระดับชาติ ซึ่งจะใช้สถานที่เป็นอิมแพค เมืองทองธานี เลือกจนได้ 200 คน เพื่อส่งให้ คสช.เลือกจนเหลือ 50 คน
  • 28 ธันวาคม เป็นวันสุดท้ายที่ สนช. จะรับร่าง พ.ร.บ. จากรัฐบาล

ส่วนกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม แต่ยังไม่กำหนดวันที่แน่นอน ประกอบด้วย

  • คสช.จะตั้งคณะกรรมการสรรหา ส.ว. 9-12 คน เพื่อคัด ส.ว.ประเภทที่ 3 อีก 194 คน รวมกับก่อนหน้า 50 คน และผบ.เหล่าทัพ 6 คน เพื่อนำชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ
  • พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ประกาศใช้ ซึ่งจะมีเนื้อหาเพียงสั้นๆ และไม่มีกำหนดวันเลือกตั้ง แต่บอกให้จัดการเลือกตั้งได้
  • หลัง พ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศใช้ จะเป็นการปลดล็อกประกาศ-คำสั่ง คสช. ที่ 57/2557 และ 3/2558 ที่ประกาศห้ามหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อให้ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองได้ ซึ่งต้องมาใกล้เคียงกับการประกาศใช้ พ.ร.ฎ.ที่สุด
  • จากนั้น กกต.จะประกาศวันเลือกตั้ง วันรับสมัครรับเลือกตั้ง จำนวนส.ส.ในแต่ละเขต ไม่เกิน 5 วันหลัง พ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศใช้ ซึ่งวิธีการหาเสียงเลือกตั้ง กกต.จะเป็นผู้กำหนด หากทำผิดจะถูกแจกใบเหลือง ใบแดง 

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 ขั้นตอนหลังสุดนี้ คือการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส., การปลดล็อกคำสั่งและประกาศ คสช. และการประกาศวันเลือกตั้ง มีการเตรียมการให้อยู่ใกล้เคียงกันไว้แล้ว

สำหรับวันเลือกตั้ง นายวิษณุระบุว่า เรารู้ว่าน่าจะเป็น 24 ก.พ. แต่ต้องรอ กกต.ประกาศ ซึ่งกกต.ประกาศตอนนี้ไม่ได้ ส่วนพ.ร.ฎ.จะมาวันที่เท่าใด ขึ้นอยู่กับ กกต.รับร่าง เสนอครม. และจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ลงมาเมื่อใด

ส่วนการนับค่าใช้จ่ายในการหาเสียงที่กฎหมายกำหนดจำนวนขั้นสูงไว้ ให้เริ่มรับการใช้เงินบาทแรก ในวันที่ พ.ร.ฎ.มีผลใช้บังคับ จนถึงวันเลือกตั้ง

เดือนมกราคม 2562 :

  • 2 มกราคม : กกต.ส่งรายชื่อผู้เข้ารอบ ส.ว. 200 คนให้ คสช.ไปคัดเหลือ 50 คน และสำรอง 50 คน
  • และไม่เกิน 25 วันนับจาก พ.ร.ฎ.เลือกตั้งประกาศใช้ จะเป็นการรับสมัครเลือกตั้ง และต้องแจ้งชื่อผู้ที่จะเสนอเป็นนายกรัฐมนตรี (ซึ่งเจ้าตัวต้องมีหนังสือแจ้งยอมรับ และผู้ที่ถูกเสนอจะถูกเสนอได้โดยพรรคเดียว) ทั้งหมดนี้ทำในไม่เกิน 5 วัน แต่อาจจะทำคนละวันก็ได้

เดือนกุมภาพันธ์ 2562 :

  • 9 กุมภาพันธ์ : กก.สรรหา ส.ว. ส่งรายชื่อผู้เข้ารอบ ส.ว.ประเภทที่ 3 จำนวน 400 คนให้ คสช. คัดเหลือ 194 คน บวกสำรอง 50 คน
  • 15 กุมภาพันธ์ : สนช. หยุดพิจารณากฎหมาย แต่ต่อจากนี้ยังทูลเกล้าฯ กฎหมายได้ตามปกติ และสนช.ก็ไม่ได้ว่าง ยังทำหน้าที่คณะกรรมาธิการและสนธิสัญญาต่างๆ หลังจากนี้หากจำเป็นต้องออกกฎหมายต้องออกเป็นพระราชกำหนดหรือใช้มาตรา 44 ได้จนถึงวันที่ คสช.สิ้นสุด ซึ่ง คสช.สิ้นสุดวันที่ครม.ชุดใหม่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ
  • 24 ก.พ. เป็นกำหนดการเลือกตั้ง ส.ส.ทั่วประเทศ 350+150 = 500 คน ที่ตกลงกันไว้แล้วก่อนหน้านี้ แต่จะยืนยันจริงต่อเมื่อ กกต.มีประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง

เดือนมีนาคม 2562 : 

  • กกต.นับคะแนนจากบัตรใบเดียว ซึ่งใช้เวลา รวมถึงจัดการแจกใบเหลือง ใบแดง และเลือกตั้งซ่อม

เดือนเมษายน 2562 :

  • 24 เมษายน : เป็นวันสุดท้ายที่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้งให้ครบทุกเขต (คือภายใน 60 วันหลังเลือกตั้ง)
  • 27 เมษายน : วันสุดท้ายที่ คสช. จะต้องพิจารณา ส.ว. 50 คน + 194 คนให้เสร็จสิ้น และนำขึ้นทูลเกล้าฯ พร้อมกับส.ว.ประเภทที่ 1 อีก 6 คน รวม 250 คน (มาจากข้อกฎหมายว่า ภายใน 3 วันหลัง กกต.ประกาศรายชื่อ ส.ส. ให้คสช.พิจารณารายชื่อ ส.ว. เพื่อนำขึ้นโปรดเกล้าฯ แต่จะโปรดเกล้าฯ เมื่อใดแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ)

เดือนพฤษภาคม 2562 :

  • ภายใน 8 พ.ค. : เสด็จพระราชดำเนินในรัฐพิธีเปิดประชุมรัฐสภา (ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายคือภายใน 15 วันนับแต่ประกาศผลการเลือกตั้ง แสดงว่ามี ส.ส.และ ส.ว.ใหม่แล้ว) โดย 1 วันก่อนเสด็จฯ ในรัฐพิธีดังกล่าว สนช.สิ้นสุดลง
  • หลังเปิดสภา จะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
  • จากนั้นประธานสภาผู้แทนราษฎรจะนัดประชุมเลือกนายกรัฐมนตรีจากรายชื่อที่พรรคเสนอมา เว้นแต่จะมีเหตุให้เลือกไม่ได้ ก็เป็นไปตามขั้นตอนรัฐธรรมนูญ
  • จากนั้นโปรดเกล้าฯ ตั้งนายกรัฐมนตรี แล้วนายกฯ หาครม.รวมไม่เกิน 36 คน จนโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งครม. และเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ฯ 
  • วันที่ถวายสัตย์ฯ ครม.เดิมและคสช.จะสิ้นสุดลง แต่ครม.ยังอนุมัติอะไรไม่ได้ จนกว่าจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
  • ภายใน 15 วัน นับแต่วันถวายสัตย์ฯ ครม.ชุดใหม่ต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา

นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการประชุม ASEAN Summit ในวันที่ 22-23 มิ.ย. นี้

จากนั้น นายวิษณุได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าว อาทิ กำหนดการประชุมกับพรคการเมือง ว่า กกต.จะประชุมพรรคการเมืองเมื่อไหร่นั้นตนไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของ คสช. แต่ช่วงนี้นายกฯ ติดภารกิจเยอะ อาจจะต้องขอเวลา คสช.สักวันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายนนี้เพื่อประชุม

ทั้งนี้ นายวิษณุบอกว่าไม่ทราบเรื่องพระราชพิธีบรมราชาภิเษก แต่นายกฯ พูดหนเดียวก็ไม่ได้พูดอะไรในเรื่องนี้แล้ว ส่วนเรื่องความสงบเรียบร้อยของประเทศช่วงพระราชพิธีบรมราชาภิเษกและความสงบเรียบร้อยทั่วไปนั้น นายวิษณุบอกว่าความสงบเรียบร้อยเป็นปัจจัยภายในสำหรับการพิจารณาของทุกฝ่าย แต่ไม่ใช่ปัจจัยทางกฎหมาย ซึ่งตนไม่สามารถพูดปัจจัยนอกเหนือกฎหมายได้ เพราะไม่รู้ ทั้งหมดที่พูดมาปรับได้ เพราะตราบใดที่ กกต. ยังไม่ออกประกาศวันเลือกตั้งมาก็ยังปรับได้ แต่รัฐบาลยังไม่เคยพูดเป็นอื่น

ส่วนเรื่องการทำไพรมารีโหวตนั้น พรรคการเมืองสามารถทำไพรมารีหาผู้สมัครลงสมัครได้แล้ว คำสั่ง คสช. ที่ปลดล็อกไปนานแล้ว แต่ทำในรูปแบบของคณะกรรมการตามที่คำสั่งกำหนด ส่วนการทำไพรมารีเต็มรูปแบบทำไม่ได้

และเรื่องการประชุมอาเซียนซัมมิทได้เตรียมการไว้หมดแล้ว รอส่งต่อให้รัฐบาลใหม่เท่านั้น เพราะกำหนดการกระชั้นชิดมากและรัฐบาลใหม่จะเตรียมการไม่ทัน

1 share

บราวเซอร์ของคุณไม่รองรับ

กรุณาอัพเกรดหรือดาว์นโหลด