GMM 25 สนุกทุกวัน อยู่ด้วยกันทุกเวลา
5 วิธี พิชิตความขี้เกียจซ้อม!!!

5 วิธี พิชิตความขี้เกียจซ้อม!!!

Admin GMM25 2284 Views

แน่นอนว่าความขี้เกียจนั้นใครๆก็มีกันทั้งนั้น อย่าว่าแต่เรื่องซ้อมดนตรีเลย จริงๆก็ทุกเรื่องแหละ ทั้งทำงาน เรียน งานบ้านต่างๆ หรือหน้าที่ที่ตนเองต้องทำ ขนาดเรื่องอื่นยังขี้เกียจได้ แล้วนับประสาอะไรกับการซ้อมดนตรีล่ะจริงมั้ย? ไม่ว่าจะนักดนตรีรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ คนที่เพิ่งหัดเล่นหรือแม้แต่มืออาชีพ ก็ขี้เกียจซ้อมกันได้ทั้งนั้น มันเป็นเรื่องปกติ อยู่ที่ว่าจะมีมากหรือมีน้อยแค่นั้นเอง 

แต่ถ้าคิดอยากจะประสบความสำเร็จจริงๆ ก็ต้องเปลี่ยนตัวเองและเลิกหาข้ออ้างในการไม่อยากซ้อมได้แล้ว มันถึงเวลาที่เราจะต้องจริงจังและตั้งใจแล้วแหละ...เรามาดูวิธีเอาชนะความขี้เกียจซ้อมกันดีกว่า เชื่อว่าวิธีทั้งหมดนี้ มันคงจะช่วยให้อยากซ้อมขึ้นมาได้บ้างไม่มากก็น้อยแน่ๆ

1.ตั้งเป้าหมาย

การที่เราตั้งเป้าหมาย หรือมีจุดหมายที่ชัดเจน เราก็จะมีความ Active โดยอัตโนมัติ แต่ถึงจะ Active แค่ไหน ยังไงความขี้เกียจที่อยู่ในตัวมนุษย์โดยธรรมชาติ มันก็ยังสามารถแทรกซึมเข้ามาได้อยู่ดี แต่อย่าเพิ่งรีบหมดไฟ เพราะยังไงตราบที่เรามีเป้าหมายอันแรงกล้า ใจของเรามันก็จะฮึดสู้เองแหละ ดังนั้นอย่าให้ความขี้เกียจมาทำลายเป้าหมายของเราได้เด็ดขาด นึกถึงเป้าหมายที่เราวาดไว้ให้มากๆ เช่น เรามีงานประกวดดนตรีรออยู่นะ เราต้องเล่นเพลงนี้เป็นของขวัญให้แฟนนะ วีคหน้าเราต้องออกงานนะ เป็นต้น พอมีเป้าหมายที่ชัดเจน ก็ต้องรักษาวินัยในการซ้อม และเมื่อถึงวันที่เป้าหมายเราบรรลุ วันนั้นเราก็จะรู้สึกว่าการที่เราฝึกซ้อมมา มันมีค่ามากจริงๆ

2.หาแรงบันดาลใจ

เมื่อมีเป้าหมายแล้ว ต่อมาคือ “แรงบันดาลใจ” การที่เรามีแรงบันดาลใจมันจะทำให้เราอยากทำสิ่งนั้นมากขึ้น ยกตัวอย่างง่ายๆอย่างเรื่องการเรียน พ่อแม่หลายๆคนอาจจะเคยยื่นข้อเสนอว่าจะซื้อของที่เราอยากได้ให้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องทำเกรดเทอมนี้ให้ได้เท่านี้ๆนะ เมื่อเราได้ยินแบบนี้มันก็จะทำให้เราตาลุกเป็นไฟเลย ฮ่าๆ เพราะว่าเรามีสิ่งที่อยากได้เป็นแรงบันดาลใจ และถ้าเป็นในเรื่องของการซ้อม ก็ลองนึกถึงศิลปินไอดอลที่ชื่นชอบดูสิ ถ้าเราอยากเก่งเหมือนเขา อยากเป็นศิลปิน อยากมีซิงเกิ้ลแบบเขา เราก็ต้องซ้อม..ซ้อม..ซ้อม แล้วก็ซ้อม!!! เมื่อคุณเก่งขึ้นและมีฝีมือ เส้นทางด้านดนตรีที่คุณใฝ่ฝัน มันก็จะไม่ไกลเกินเอื้อมเลย... 

3.คลุกคลีกับคนเก่ง

วันใดที่เหนื่อยล้า และขี้เกียจซ้อม หรือรู้สึกเบื่อหน่ายกับการซ้อม ลองมองหาและเดินเข้าไปคลุกคลีทำความรู้จักกับนักดนตรีเก่งๆที่มากประสบการณ์ดู ใครก็ได้ที่อยู่ในวงการดนตรี เพื่อน พี่ น้อง นักดนตรีวงอื่นๆที่รู้จัก ครูอาจารย์ที่สอนดนตรี หรือลุง ป้า น้า อาที่เล่นดนตรีก็ได้ เพราะการที่เราไปคลุกคลีกับเขา แลกเปลี่ยนแชร์ประสบการณ์ดนตรีต่อกัน จะทำให้เราซึมซับดนตรีได้เป็นอย่างดี และเมื่อเราซึมซับแล้ว ความรู้สึกที่อยากเล่นดนตรีก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เราก็จะอยากฝึกซ้อมมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน และที่สำคัญมันจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเรารักและชอบที่จะเล่นดนตรีจริงๆหรือเปล่า เพราะถ้าเราชอบดนตรีจริงๆเราก็จะอยากเล่นโดยอัตโนมัติเอง

4.ออกไปดูโลกกว้าง

การออกไปดูโลกภายนอก ไปหาดูดนตรีสดตามร้าน ดูคอนเสิร์ต ดูวงของเพื่อนซ้อม หรือแม้กระทั่งดูภาพยนตร์ที่เกี่ยวกับดนตรี เป็นสิ่งที่จะทำให้เราหันมามองตัวเองได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อเราได้เห็นคนอื่นเล่นดนตรีเก่งๆ แถมยังเห็นความสนุกและความสุข รวมไปถึงรอยยิ้มที่เขาแสดงออกมาขณะเล่นดนตรี มันจะทำให้เราหันมามองตัวเองแล้วเปรียบเทียบระหว่างเรากับเขา ถ้าเราอยากให้คนอื่นๆมองเราแบบที่เรามองเขาบนเวที เราก็ต้องฝึกซ้อมและพัฒนาตัวเอง เราจะรู้สึกว่าเราขี้เกียจไม่ได้ และเมื่อจิตใจของเราลุกเป็นไฟแล้ว ทีนี่แหละซ้อมยังไงก็ไม่เบื่อ!!! 

5.กลับเข้าสู่ระบบ

ถ้าเกิดว่าทำมาทุกทาง ทำมาทุกอย่างแล้วแต่ความขี้เกียจก็ยังไม่ลดลงไปเลย...หากเป็นแบบนี้คงต้องเข้าสู่ระบบการฝึกฝนอย่างจริงจัง นั่นก็คือการไปเรียนดนตรีนั่นเอง เพราะการไปเรียนดนตรีอย่างจริงจังนั้น การฝึกซ้อมจะถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบระเบียบ (เอาง่ายๆก็เหมือนการบังคับแหละ) มันเป็นสิ่งที่คุณจะต้องทำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขี้เกียจแค่ไหนก็ต้องไปซ้อม เพราะถ้าไม่ไปก็เสียตังค์ฟรีนะ ฮ่าๆ วิธีนี้เป็นวิธีสำหรับคนที่อยากเป็นนักดนตรีหรืออยากอยู่ในวงการดนตรีจริงๆแต่ตัวเองไม่มีวินัยหรือแรงบันดาลใจมากพอ เมื่อไม่มีวินัยแต่อยากทำสิ่งนี้ งั้นก็ต้องบังคับแล้วแหละ วิธีนี้ยังไงก็หนีไม่รอด ฮ่าๆ!!!

 

สนับสนุนข้อมูล : ( blog.taodangmusic.com )

171 share