“พระเมรุมาศ” ยิ่งใหญ่ งดงาม สมพระเกียรติ

“พระเมรุมาศ” ยิ่งใหญ่ งดงาม สมพระเกียรติ

Admin GMM25 43886 Views

            ตามคติความเชื่อตั้งแต่อดีต พระเมรุมาศเปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ อันเป็นสถานที่ประทับขององค์เทพ เปรียบดังพระมหากษัตริย์ทรงเป็นเทพลงมาจุติเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อประกอบคุณความดีและสะสมบารมี เมื่อเสด็จสวรรคตก็กลับขึ้นสรวงสวรรค์

        พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ประกอบด้วยอาคารทรงบุษบก จำนวน 9 องค์ ตั้งอยู่บนฐานชาลารูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส 3 ชั้น มีบันไดทางขึ้น ทั้ง 4 ทิศ ทิศตะวันตกหันหน้าเข้าพระที่นั่งทรงธรรม ทิศตะวันออกติดตั้งลิฟต์ และทิศเหนือติดตั้งสะพานเกรินสำหรับเชิญพระบรมโกศจากราชรถปืนใหญ่ขึ้นบนพระเมรุมาศ โดยโครงสร้างพระเมรุมาศ ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

        ลานอุตราวรรต หรือ พื้นรอบฐานพระเมรุมาศ มีสระอโนดาตซึ่งเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ ภายในสระจะประดับด้วย เขามอขนาดต่างๆ ไม้ดอก ไม้พุ่ม และสัตว์มงคล ประกอบด้วย ช้าง ม้า โค และสิงห์ ประจำทั้ง ๔ ทิศ นอกจากนี้ยังประดับตกแต่งด้วยสัตว์หิมพานต์ ซึ่งประกอบด้วย กินรี คชปักษา ทัณฑิมา และ นาค ที่บริเวญมุมคั่นระหว่างสัตว์มงคล

 

ฐานชาลาชั้นที่ 1 เป็นชั้นล่างสุด มีฐานสิงห์เป็นรั้วราชวัตร ฉัตร แสดงอาณาเขตพระเมรุมาศ และมีเทวดานั่งคุกเข่าถือบังแทรก ส่วนที่มุมทั้งสี่ของฐานมีประติมากรรมท้าวจตุโลกบาลประทับยืนหันหน้าเข้าสู่บุษบกองค์ประธาน

 

ฐานชาลาชั้นที่ 2 มีหอเปลื้องทรงบุษบกรูปแบบเดียวกันตั้งอยู่ที่มุมทั้งสี่ ใช้สำหรับจัดเก็บพระโกศทองใหญ่และพระโกศไม้จันทน์ รวมถึงอุปกรณ์สำหรับงานพระราชพิธี 

 

ฐานชาลาชั้นที่ 3 ฐานบุษบกประธานประดับประติมากรรมเทพชุมนุม จำนวน 132 องค์โดยรอบ รองรับด้วยฐานสิงห์ซึ่งประดับประติมากรรมครุฑยุดนาคโดยรอบอีกชั้นหนึ่ง มุมทั้งสี่ของฐานชั้นที่ 3 นี้ เป็นที่ตั้งของซ่างทรงบุษบกยอดมณฑปชั้นเชิงกลอน 5 ชั้น ใช้สำหรับพระพิธีธรรม 4 สำรับ นั่งสวดอภิธรรมสลับกันไปตลอดนับตั้งแต่พระบรมศพประดิษฐานบนพระจิตกาธานจนกระทั่งถวายพระเพลิงพระบรมศพเสร็จ

 

        จุดกึ่งกลางชั้นบนสุด มีบุษบกองค์ประธานตั้งอยู่ เป็นอาคารทรงบุษบกยอดมณฑปชั้นเชิงกลอน 7 ชั้น ภายในมีพระจิตกาธาน เป็นที่ประดิษฐานพระบรมโกศ ผนังโดยรอบเปิดโล่ง ติดตั้งพระวิสูตร (ม่าน) และฉากบังเพลิงเขียนภาพพระนารายณ์อวตารตอนบน และภาพโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริตอนล่าง ที่ยอดบนสุด ประดิษฐานนพปฎลมหาเศวตฉัตร (ฉัตรขาว 9 ชั้น)

        ในส่วนของพื้นที่สวนด้านหน้าพระเมรุมาศ นอกจากจะถูกออกแบบให้สวยงามแล้ว ยังถ่ายทอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริที่โดดเด่นอีกด้วย มีแปลงนาข้าวจำลอง ซึ่งคันนาสำหรับปลูกข้าวจะถูกออกแบบเป็นรูปเลข 9(๙) รวมถึงปลูกพืชชนิดอื่นๆ เช่น หญ้าแฝก ยางนา มะม่วงมหาชนก เป็นต้น ดินที่ใช้เป็นดินผสมทรายสีทองเพื่อเพิ่มความโดดเด่น รอบนาข้าวจะถูกล้อมด้วยน้ำ มีทั้งบ่อแก้มลิง ฝายน้ำล้น อีกทั้งยังมีการติดตั้งกังหันชัยพัฒนา สิ่งประดิษฐ์ที่ใช้ปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยวิธีการเติมอากาศ ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาได้คิดค้นพัฒนาขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อใช้บำบัดน้ำเสียในทั่วทุกภูมิภาคของไทย

        โดยความงดงามทั้งหมดนี้ รัฐบาลจะเปิดให้ประชาชนได้เข้าชมหลังเสร็จสิ้นงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นเวลานาน 1 เดือน ระหว่างวันที่ 1-30 พฤศจิกายน 2560 โดยมีจุดประสงค์เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผ่านพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ เรื่องราวโครงการพระราชดำริ ตลอดจนเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ชื่นชมความงดงามของพระเมรุมาศ และอาคารประกอบ ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง

 

ขอบคุณข้อมูลจาก

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร

http://www.kingrama9.th/

สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร 

รายการไทยรัฐนิวส์โชว์

เพจเฟซบุ๊ก มเหนทรบรรพต

 

ขอบคุณรูปภาพจาก

กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมศิลปากร

Thongrob Promchin

นายพงศ์พิพัฒน์ ศรีวราลักษณ์ สถาปนิกชำนาญการ สำนักสถาปัตยกรรม กรมศิลปากร

5519 share